|
นาฬิกา ISDT...ของสะสมที่คู่ควรกับ
BMW R68.

ของสะสมที่แสวงหาโดยนักเล่นรถ BMW
Vintage มากที่สุดชิ้นหนึ่ง คือนาฬิกา
ISDT สาเหตุหลากหลายประการ
เช่น จำนวนที่มีเหลืออยู่ในวงการมีจำนวนจำกัดมาก
เพราะที่มาของนาฬิกานี้ผลิตขึ้นเพื่อใช้กับการแข่งขันเพียงไม่กี่บริษัทมอเตอร์ไซด์ที่เข้าร่วม
และ ทุ่มเทกับอุปกรณ์ชิ้นนี้
เนื่องจากจุดประสงค์ของการใช้งาน
ที่ต้องการความแข็งแรงทนทานของอุปกรณ์ชิ้นนี้
ทำให้นาฬิกานี้ไม่ได้มีเจตนาทำมาเพื่อการซ่อมแซม
เมื่อเกิดการเสียหายในสมัยก่อนจึงถูกทิ้งขว้าง
เพราะความจำเป็นไม่มี และ ไม่สามารถหาผู้ซ่อมได้
รวมทั้งค่าซ่อมก็คงแพงกว่าที่จะเป็นความจริง
นาฟิกา
ISDT ที่สมบูรณ์ ทำโดย
บริษัท VDO

ภาพขวาเป็นภาพหายาก ทีมแข่ง ISDT
ของ BMW เห็นนาฬิกา
ISDT ของ
VDO บนแฮนด์ด้านซ้ายของนักแข่ง
รถที่ใช้ คือ R68 และ
สภาพถนนของการแข่งขัน การแข่งขัน
ISDT มีทั้งแบบขับขี่เดี่ยว และ
การแข่งที่มีรถพ่วงข้าง
ISDT
ย่อมาจาก International Six Days
Trial
ซึ่งเป็นการแข่งขันรถมอเตอร์ไซด์ในรูปแบบต่างๆในยุโรป
ที่เริ่มการแข่งขันมาก่อนสงครามโลกครั้งแรก
การแข่งขัน
International Six Days Trial
มีความคล้ายการแข่งขัน IRON
MAN ในสมัยนี้ แต่เป็นการใช้แข่งมอเตอร์ไซด์
ผลที่ได้คือการประลองรถ และ
ประสิทธิภาพที่สามารถทนทานต่อสภาพที่โหดของการแข่งขัน
และ ความสามารถทั้งเครื่องยนต์ อุปกรณ์ประกอบบางอย่าง
และ คนที่ขับขี่ การแข่งขันจัดขึ้นทุกปี และ
มีหลายประเภท ทั้งทีมของบริษัทรถต่างๆ ทีมจากประเทศ
การแข่งขันเดี่ยว การแข่งขันที่มีรถพ่วงข้าง ฯลฯ
กติกาการแข่งขัน International Six
Days Trial อย่างคร่าวๆ คือ
ผู้เข้าแข่งขันจะได้รับ "สมุดเส้นทาง"
[Road Book]
ซึ่งจะบอกเส้นทาง แผนที่ เฉพาะวันแข่งขัน
ระยะทางประมาณ 450
กม./วัน เส้นทางที่เกือบครึ่งจะเป็นทางที่ขึ้นเขา และ
ทางที่ยากลำบากในการขับขี่ ผู้แข่งจะรู้เฉพาะเส้นทาง
และ ระยะทาง แต่จะต้องควบคุมเวลาเฉลี่ย ในการขับขี่
ซึ่งผู้เข้าแข่งขันจะไม่รู้ เวลาเฉลี่ยจะอยู่ที่ประ 50
กม.ต่อชั่วโมง แต่จะเป็นเส้นทางที่โหดสุดๆ


ภาพซ้าย
โปสเตอร์การแข่งขัน ISDT
และ คงเป็นแบบที่ร่วมกับยาง
Metzeler ภาพบน จากการแข่งขันวันสุดท้าย
ดูน่าตื่นเต้นโดยที่คนดูอยู่ติดสนาม


ภาพซ้าย
นักแข่งชาวเยอรมันชื่อ Denzel
กับ BMW R68 ท่อ
ISDT
ที่เราเคยเห็นจากรูปที่มาของชื่อคือการที่ออกแบบมาใช้ในการแข่งขัน
ISDT นี้ ภาพขวา
นักแข่งชื่อ Volker Gehring
กำลังไต่เขา
แผนที่ที่อยู่ใน "สมุดเส้นทาง" จะบอกแค่ระยะทาง ทิศทาง
แต่ผู้แข่งขันต้องผจญกับเส้นทางที่แปลก ยากลำบาก และ
บางขณะจะเป็นเส้นทางที่ขึ้นเขา ลงโคลน ฯลฯ
ดังนั้นการควบคุมเวลาตาม " สมุดคู่มือ"
จึงเป็นเรื่องยากมาก และ กติกาบางวันยังมีการห้ามใช้
Speedometer ที่วัดความเร็ว


 
ภาพสี่ภาพ
ที่แสดงให้เห็นถึง เส้นทาง ความยากลำบาก และ
บรรยากาศในการแข่งขัน ISDT
เนื่องจากกติกา และ วิธีการแข่งขัน
ผู้เข้าแข่งจึงต้องใช้นาฬิกาในการควบคุม และ
กำหนดความเร็วเพื่อถึงที่หมาย และ
ก็เป็นที่มาของนาฬิกา ISDT
ของ VDO ในช่วงแรก
ทีมการแข่งขันต่างๆ ก็พยายามหานาฬิกาที่สามารถใช้กับ
Handlebar
แต่ก็เกิดปัญหากับความกระเทือน และ น้ำ โคลน
ทำให้เกิดความเสียหายได้ง่าย
เหตุผลนี้เองที่เป็นที่มาของนาฬิกา
ISDT
ที่กลายมาเป็นนาฬิกาที่ทนทานที่สุดกับการแข่งขันโหดนี้ 
ภาพนี้จัดมาให้พร้อมข้อมูลที่ถูกต้องจากเพื่อน
สองแบบนาฬิกา ISDT
เรือนซ้าย
เป็นแบบไม่มีเข็มตั้งเวลาใช้กับการ Touring
เรือนขวา เป็น ISDT
ที่ใช้กับการแข่งขัน
เข็มสีแดงใช้ตั้งเวลาล่วงหน้าคำนวณระยะเวลา เรือนเล็กหน้าสีทองเป็นรุ่นที่ทำเพื่อใช้กับจักรยาน
แต่มีนักสะสมหัวใส
สร้างเรื่องราวให้นักสะสมเชื่อว่าเป็นรุ่นแรกๆใช้กับการแข่งขัน
ผมเองก็ได้ข้อมูลนั้นมาจนเพื่อนส่งข้อมูลมาให้อ่านจึงรู้ที่มาของ
เรือนสีทอง แต่เนื่องจากราคาสูง และ ความหายาก
เรือนสีทองก็เป็นเรือนที่แสวงหากัน แต่ของจริง คือ
สองเรือนบน
บริษัท
VDO
เป็นผู้ผลิตมาตรวัดความเร็ว
วัดรอบให้กับบริษัทรถยนต์ที่มีชื่อเสียงของยุโรปมานาน
แม้กระทั่ง Mercedes Benz
ในปี ค.ศ. 1950
ได้เข้าไปซื้อกิจการของบริษัททำนาฬิกาชื่อ
Kienzle และ
พัฒนานาฬิกาที่มีคุณภาพทนทานใช้กับรถยนต์รวมทั้ง
Mercedes Gullwing และ
Roadster ที่มีชื่อเสียง
เมื่อความต้องการนาฬิกาเพื่อใช้ในการแข่งขัน
ISDT VDO
จึงได้นำนาฬิกาชนิดนี้มาพัฒนาการออกแบบกันกระเทือนเพื่อที่จะสามารถทนทานต่อสภาพการใช้งาน

VDO
ออกแบบนาฬิกาใหม่ให้มีการป้องกันน้ำเข้าจากด้านหลัง
และ ตัวเรือนหุ้มรอบด้วยยางสีดำเพื่อกันกระเทือน
ทั้งตัวเรือนหุ้มอีกชั้นด้วยโละชุบโครมเมี่ยม
และ ที่ยึดกับแฮนด์
วิธีเดียวที่จะแกะออกจากที่ยึดได้ก็คือต้องตัดโลหะชิ้นนี้ออก
นี่คือเหตุผลสำคัญที่นาฬิกา VDO
นี้ไม่มีใครสามารถซ่อมได้ในสมัยนั้น

ภาพบนขวา
แสดงให้เห็นถึงตัวเรือนที่ฝังอยู่ในวงแหวนยางสีดำโดยรอบ
และ หุ้มด้วยขอบโลหะที่เป็นเกราะรอบ และ
หลังที่มีที่ยึดกับแฮนด์
ปุ่มที่โผล่มาข้างล่างเพื่อการไขลาน และ
กดไขเพื่อตั้งเข็มสีแดง
ภาพซ้าย
จากรถที่เข้าแข่งขัน มีนาฬิกา ISDT
บนแฮนด์ และ สมุดเส้นทางบนถังน้ำมัน
เนื่องจากความต้องการให้ทนทาน น้ำ กันกระเทือนบนแฮนด์ที่รถต้องแข่งบนถนนที่ขรุขระมาก
ทำให้ตัวเรือนนาฬิกาฝังอยู่ในยางกลม
ในสมัยก่อนจึงไม่คิดมีการซ่อม
เพราะถ้าเสียก็เปลี่ยนเรือนใหม่เลย
นาฬิกาจำนวนมากที่เสียขณะแข่งขัน ก็จะถูกโยนทิ้งไป
ไม่มีใครรับซ่อมเพราะต้องตัดกรอบโลหะทิ้งเลยก่อนที่จะเข้าถึงตัวเรือน

เวลาผ่านไปพอควร และ คุณค่าของสิ่งนี้เป็นที่เลื่องลือ
จนกลายเป็นของสะสมที่หายาก
การซ่อมเรือนแบบรุ่นแรกๆเริ่มมีกลับมา และ
ไม่นานก็มีช่างพิเศษที่รับซ่อมรุ่นที่เป็นยางหุ้ม
โดยการตัดกรอบ และ ทำกรอบใหม่ใส่แทน
แต่ค่าซ่อมก็แพงมาก และ นาฬิกาที่มีอยู่ก็มีไม่มากนัก
ISDT VDO
จึงกลายเป็นของหายากมาก มีราคาแพง ยิ่งมีสภาพดี
ยิ่งเพิ่มพูนราคา เวลามีนาฬิกานี้เข้าประมูล
จะมีผู้เข้าร่วมประมูลสู้กันน่าสนใจมากตลอด
ในปีนี้เห็นมีเข้ามาเพียงเรือนเดียว
[2009]BMW R68
เป็นรถที่เข้าแข่งขัน ISDT
จนได้รับชัยชนะ มีชื่อเสียงมาก และ ก็เป็นทีมที่ใช้
ISDT VDO มาตลอด
จึงได้ชื่อว่าเป็นของคู่กัน
เพราะนาฬิกามีส่วนในชัยชนะเหล่านั้น ผู้ที่มีรถ
BMW R68 ก็จะพยายามหานาฬิกา
ISDT
ไว้เพื่อเป็นของสะสมที่คู่ควรกับรถ
ภาพซ้าย
ด้านข้าง-หลัง และ ที่ยึดกับแฮนด์
ที่ต้องตัดออกเวลาที่จะซ่อมตัวเรือนนาฬิกา


ภาพซ้าย
ตราโลหะลงสี ปี ค.ศ.1968
จากการแข่งขัน ISDT
ภาพบน
ครบเครื่องจริง Spotlight Hella
คู่ซ้ายขวา หัวกระโหลกไฟหน้า
Rauch ที่หายากมากมีทั้ง
Speedometer-Tachometer
อยู่ด้วยกัน รวมถึงกระจกส่องหลัง
Albert ซ้ายขวา และ นาฬิกา
ISDT VDO บนแฮนด์

คู่นี้ของจริง ISDT VDO Clocks
สองแบบที่มีเข็มสีแดงขวามือ และ ที่หายากกว่า
ทางซ้ายมีแค่เข็มแบบนาฬิกาธรรมดา ของ
Mr. Wolfgang Nolze
สองเรือนนี้มูลค่าประมาณ 300,000
บาท. |