|
BMW Profiles: Motorcycles From Munich 1923-1969
[Part 1]
ที่มาของ มอเตอร์ไซด์ BMW -
ประวัติโดยสังเขป [ตอน
1]
ด้วยความอยากรู้ และ
สนใจอ่านประวัติความเป็นมาของมอเตอร์ไซด์
BMW
จากหลากหลายแหล่ง
บางที่มาก็แตกต่างไปบ้าง โดยพื้นฐานค่อนข้างตรงกัน
แต่ไม่ละเอียดในบางเรื่องราว วันหนึ่งขณะท่องเวป
eBay พบหนังสือ BMW
Profiles และอยากได้มาก เพราะ
ตรงกับช่วงเวลาที่ความสนใจในการสะสมมอเตอร์ไซด์ที่ไม่เกินอายุปี
1969
แต่ผู้ขายไม่ยอมขายนอกอเมริกา
เลยขอให้เพื่อนช่วยประมูลเช่นเดียวกับทุกครั้งที่ไม่สามารถทำได้เพราะเราอยู่ที่นี่
ได้หนังสือมาในราคาที่ไม่แพง สภาพใหม่เก่าเก็บ และ
เมื่อดูรายละเอียดภายใน
พบว่าเป็นหนังสือที่จัดทำ และ พิมพ์โดย BMW
เองโดยใช้องค์กรภายในที่ชื่อ
BMW Mobile Tradition.
ภาพซ้าย
หนังสือเล่มนี้คือที่มาของบทความที่นำมาเสนอ
เพราะคิดว่าเป็นทางการ และ
ละเอียดที่สุดเท่าที่เคยอ่านมา
เนื้อหาภายในแบ่งเป็นสามส่วน
ซึ่งสำคัญสำหรับผมมาก คือ ประวัติที่ตรง-ละเอียด สอง
ประวัติที่ตามตารางเวลาแบบย่อ และ
ส่วนสุดท้ายคือรายละเอียดทางเทคนิคของรถทุกรุ่น
[จบที่ปี 1969]
และในส่วนนี้มีตารางหมายเลขเครื่อง-เฟรม และ ปีที่ผลิต
ที่เป็นของ BMW Mobiles Tradition
อย่างเป็นทางการ
ซึ่งเป็นหนึ่งในการอ้างอิงที่ผมใช้มาตลอดเวลาเช็คการดู-ซื้อรถ
ตารางเลขเครื่องนี้มีมาจากหลายที่ และ ไม่ค่อยตรงกัน
แต่พอเห็นของเล่มนี้ก็ยอมรับได้ว่าเป็นอันที่น่าเชื่อถือที่สุด
และ
ก็เป็นฉบับเดียวกับที่ผู้เชี่ยวชาญในวงการบ้านเราใช้กันอยู่
[ผมได้สำเนามาจากผู้เชี่ยวชาญท่านหนึ่งในบ้านเราเมื่อเริ่มต้นสะสมรถ]
สิ่งที่ถือเป็นโบนัสมากคือ
ภาพที่มีไม่มาก และ เป็นขาวดำหมด
แต่ส่วนมากเป็นภาพดีมาก ที่ไม่เคยเห็นจากแหล่งอื่นเลย
ความจริงเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์
แต่ด้วยเจตนาบริสุทธิ์อยากให้ผู้ที่สนใจเรื่องราวได้ประโยชน์นี้บ้าง
จึงขอนำบางส่วนมาให้ดู
 
เพื่อให้บทความนี้มีความสมบูรณ์
เพราะคิดว่ามีประโยชน์ต่อผู้ที่เล่นรถ
BMW Vintage
ใจความที่ดีบางส่วนขอนำมาจากหนังสืออีกสองเล่ม คือ
Bahnstormer
ที่เนื้อหาค่อนข้างละเอียด และ The Art Of BMW
ที่เรื่อง และ ภาพมาจากการสะสม และ
พิพิธภัณฑ์ของ Peter Nettesheim
ภาพที่นำมาเพิ่มเติมเพื่อให้สมบูรณ์มาจากหลายแหล่ง
ภาพซ้าย
Bahnstormer
ของ L.J.K.Setright
ที่เป็นที่ยกย่องในวงการ BMW
Vintage มาก และ ภาพขวา The
Art Of BMW ของ Peter Gantriis
 
ภาพบนซ้าย
ภาพที่เป็นที่มาของสัญญลักษณ์ วงกลมสลับสีฟ้าขาว และ
ตัวหนังสือ BMW และ ภาพบนขวา
คือ Trade Mark
ในรูปแบบการใช้งาน
บทความหลายเล่มเขียนถึงตราสินค้านี้ที่สามารถอยู่คู่กับพัฒนาการของบริษัท
และ กลายเป็นสัญญลักษณ์ของคุณภาพมาจนทุกวันนี้
ประวัติการเริ่มต้น บริษัทฯ BMW
นับวันที่ 7 มีนาคม
ค.ศ. 1917 เป็นวันเริ่มต้น
โดยนับวันที่ Bayerische
Flugzeugwerke ได้ถูกจัดตั้งขึ้น ด้วยเงินทุน
200,000 Reichsmarks และ
จัดตั้งโรงงาน-ที่ทำงานทางด้านเหนือของเมืองมิวนิค
โดยหลักเพื่อการผลิตเครื่องยนต์สำหรับเครื่องบินในเวลานั้น
ในเวลาต่อมาเนื่องจากการเปลี่ยนแปลงผู้ลงทุน
จึงเป็นที่มาของชื่อ Bayerische
Motorenwerke GmbH ด้วยการรวมตัวของ
Rapp Motorenwerke และ
Otto-Werke และ
ได้มีการจดทะเบียนเป็นทางการปรากฏที่
Munich Register of Companies
ไม่นานหลังจากนั้นรูปสัญญลักษณ์ที่เป็นใบพัดบนเครื่องบิน
ก็ถูกจดทะเบียนเป็นตราบริษัทฯ
วิศวกรหลักของบริษัท คือ
Karl Rapp
ผู้ที่ออกแบบเครื่องยนต์สำหรับเครื่องบินมาตั้งแต่ปี
ค.ศ. 1913
แต่ไม่ประสพความสำเร็จเท่าไร
เมื่อได้รับสัญญาการผลิตใหม่ถึง 224
เครื่อง
จึงเป็นที่มาของการที่จะปรับปรุงเพื่อคุณภาพของเครื่องให้กับกองทัพเยอรมัน
Franz-Joseph Popp
ในฐานะของผู้ตรวจการ ถูกส่งมาสำรวจโรงงาน และ
การผลิตที่มิวนิค ต่อมาไมนาน Karl Rapp
ก็ถอนตัว และ Franz-Joseph
Popp รับหน้าที่ Technical
Director.

ภาพซ้ายสุด
Franz-Joseph
Popp
ผู้ที่เข้ามาเปลี่ยนทิศทางของบริษัทฯ
และ ภาพถัดมาคือ Max Friz
วิศวกรหนุ่มที่มาจากการออกแบบเครื่องยนต์สำหรับเครื่องบิน
และ Friz
คือผู้ที่มีบทบาทมากในการปรับแบบเครื่อง Boxer
ที่เป็นปัจจัยสำคัญของ BMW Motorcycles
เมื่อ
Karl Rapp ถอนตัว
Popp
ในฐานะผู้ควบคุมการผลิตจ้างวิศวกรหนุ่ม
Max Friz มาจาก
Daimler
ในขณะที่มีความขัดแย้งกันในเรื่องเงินเดือน และ ตั้ง
Friz เป็น
"Engine Designer"
ในช่วงต้นปี ค.ศ. 1917 และ
ทั้งสองคนพุ่งเป้าหมายไปที่การพัฒนาเครื่องยนต์ที่ได้รับการสั่งมา
โดยปรับปรุงเครื่องที่ Karl Rapp
ทำไว้ก่อน และ ประสพปัญหา
 
ภาพบนซ้าย
เครื่องยนต์หกสูบ ใช้ชื่อรุ่นว่า
BMW IV
ที่ปรับเปลี่ยนระบบคาร์บูเรตเตอร์ใหม่โดย
Friz ภาพบนขวา
เครื่องบินที่ใช้เครื่องนี้สามารถทำลายสถิติความสูงโลกที่
9,760 เมตร
โดยนักบินที่ยืนบนบันได คือ Franz
Zeno Diemer ในเดือน มิถุนายน ค.ศ.
1919 นับเป็นสถิติแรกของ
BMW
ในจำนวนนับร้อยที่จะตามมา
เมื่อ
Friz เข้ามาร่วมทีม
และ
เป็นวิศวกรหลักในการปรับปรุงเครื่องยนต์ที่ขายให้กับเครื่องบิน
และ สิ่งแรกที่ Friz
ทำสำเร็จ คือ
การผลิตคาร์บูเรตเตอร์ที่สามารถบินในระดับสูงด้วยการผสมผสานของน้ำมัน
และ อากาศที่ดี เครื่องนี้คือ BMW
IV ไม่นาน บริษัทฯก็มีปัญหาทางด้านเงินทุน ในปี
ค.ศ. 1918 และ
เป็นที่มาของนักลงทุนชาวออสเตรีย คือ
Camillo Castiglioni
ซึ่งเป็นผู้ที่มีบทบาทในการลงทุนในยุโรปมากขณะนั้น และ
มีบริษัทอยู่ในกลุ่มถึง 170
บริษัท ไม่นานต่อมาก็มีการเพิ่มทุนเป็น
12,000,000 Marks
เหตุการณ์ที่ผันผวน และ เป็นที่มาของอนาคต
BMW
คือเยอรมันแพ้สงครามโลกครั้งแรก
ยอมลงนามสงบศึกในวันที่ 11
พฤศจิกายน ค.ศ. 1918
และด้วยสนธิสัญญาฉบับนี้
ห้ามมิให้มีการผลิตยุทโธปกรณ์ที่ใช้กับสงคราม
ผลกระทบนี้โดยตรงที่ BMW
โดยเฉพาะงานผลิตหลัก และ รายได้

ภาพซ้าย
โรงงานที่ถ่ายในปี ค.ศ. 1918
เป็นปีที่ Friz
เข้ามาร่วมงานกับ BMW และ
โรงงานนี้ใช้เป็นฐานหลักในการผลิตมาตลอด
ก่อนที่จะเป็นที่มาของ BMW
Motorcycle
ต้องย้อนหลังไปประมาณช่วงแรกของการตั้งบริษัทฯ
โรงงานใช้เป็นที่ซ่อมเครื่องบินเนื่องจากเยอรมันถูกห้ามการใช้โรงงานในการผลิตอาวุธ
บางเวลาก็ใช้ในการทำเฟอร์นิเจอร์โรงงาน
โดยนำของเหลือใช้ที่มาจากเครื่องบิน และ
เพื่อความอยู่รอด Gustav Otto
ผู้เริ่มต้นบริษัท และ โรงงาน
ได้ลองเริ่มการผลิต "Motor Fahrrad"
[Motor Bicycle] คือ "จักรยานมีเครื่อง"
โดยเครื่องขนาดเล็ก 1 Horse Power
วางอยู่บนล้อหน้า เป็นเครื่องสี่จังหวะ
ออกจำหน่ายในชื่อว่า "Flottweg"
แต่ไม่ได้รับความนิยม
ต่อมาวิศวกรชื่อ Karl Ruhmer
ออกแบบที่พัฒนาขึ้น แต่ก็ยังมาจากฐานของจักรยาน
โดยซื้อเครื่องที่ทำขึ้นโดย Carl
Hanland ที่ Berlin
เป็นเครื่อง 143 cc.
สูบเดียว สองจังหวะ 1.5 HP
น้ำหนักรถที่ 40 กิโลกรัม
ทำความเร็วแค่ 50 kph.
รถรุ่นนี้ชื่อ "Flink"
แต่ก็ไม่ประสพความสำเร็จ มียอดการขายที่น้อยมาก

คันทางซ้าย
คือ Flottweg และ คันขวา
คือ Flink
ทั้งสองรุ่นผลิตจากโรงงาน แต่
จำนวนไม่มาก
ช่วงปี ค.ศ.
1920 Martin Stolle วิศวกรผู้คุมโรงงานขณะนั้นเป็นผู้ที่มีความรู้เกี่ยวกับเรื่องมอเตอร์ไซด์
และ พยายามหางานผลิต
ได้ทดลองออกแบบเครื่องหลายรูปแบบ และ
มีต้นแบบที่เป็นแบบสูบชกกันในชื่อที่มาเรียกกันในสมัยต่อมาว่า
"BOXER"
Stolle ตั้งชื่อเครื่องนี้ว่า
M2B15
ไม่นานโรงงานก็ได้รับการสั่งซื้อเครื่องครั้งแรกจาก
Victoria Werke
ด้วยสมรรถภาพที่เป็นที่ยอมรับ
การสั่งซื้อก็เริ่มมีมากขึ้น และ
ถือเป็นการเกิดของเครื่อง M2B15
 
ภาพบนซ้าย
Martin Stolle บนรถ
Victoria ที่ซื้อเครื่อง
M2B15 จาก
BMW และจำหน่ายได้ดี
ภาพบนขวา Helios ที่ผลิตโดย
BFW [ที่รวมตัวเป็น
BMW] ออกมาแข่งกับ
Victoria โดยใช้เครื่อง
M2B15 ของโรงงานเอง
แต่ไม่ได้รับความนิยม สังเกตได้ว่าโครงรถคล้าย
Flink [ภาพบน]
และ ฐานมาจากจักรยาน
การวางเครื่องแบบตั้งสูบอยู่หน้า-หลัง

ด้วยความพยายามของการอยู่รอด เครื่อง
M2B15
ถูกนำมาสร้างมอเตอร์ไซด์ Helios
ออกขายเพื่อแข่งกับ
Victoria ที่ใช้เครื่องซื้อไปจากโรงงาน
BFW
แต่ปรากฏว่าไม่ประสพความสำเร็จ ขายได้ไม่มาก และ
จุดนี้เองเป็นเหตุผลที่จะทำให้เกิด
BMW Motorcycle ในเวลาต่อมา
ภาพซ้าย
เครื่องต้นแบบ M2B15
ที่มาจากการออกแบบเริ่มต้นของ
Martin Stolle และ ใช้กับ
Victoria และ Helios
ต้นแบบของเครื่องแบบ Boxer
ในเวลาต่อมา
จากการที่มีปัญหาทางด้านการเงิน การรวมตัวของ
BMW กับ
BFW [วันที่ 5
มิถุนายน ค.ศ.2522]
ที่มีงานร่วมกันมาบ้างก่อนรวมบริษัท และ
นับเป็นเวลาเริ่มต้นของคนสามคนที่มาร่วมกัน คือ
Camilio Castiglioni
ในฐานะของผู้ให้การสนับสนุนทางด้านเงินทุน
Franz Joseph Popp
ที่เป็นผู้บริหารควบคุมโรงงานและการผลิต และ
Max Friz วิศวกรหนุ่มที่
Popp ว่าจ้างมาเมื่อ
Daimler
ไม่สามารถสู้อัตราเงินเดือนของ
Friz ได้ การรวมตัวนี้เองที่เป็นการเริ่มต้น
ที่ในเวลาต่อมา เป็นตำนานของการสร้างรถมอเตอร์ไซด์
BMW R32
ที่จะเป็นความสำเร็จครั้งแรก และ สร้างชื่อ สร้างบริษัท
BMW ที่อยู่มาจนปัจจุบัน
การเปลี่ยนแปลงสำคัญคือการที่
Martin Stolle ลาออกจาก BMW
ไปเข้าร่วมงานกับ Victoria
Werke บริษัทฯที่ซื้อเครื่อง
M2B15 ไปใช้กับมอเตอร์ไซด์
และ ประสพความสำเร็จในการจำหน่าย
หน้าที่หลักในการพัฒนาออกแบบจึงตกเป็นของ
Max Friz แต่ผู้เดียว
สิ่งแรกที่ Popp ขอให้
Max Friz
ทำคือการปรับปรุงรถ Helios
ให้ดีขึ้นเพื่อสามารถจำหน่ายให้หมดสต๊อค และ
ถึงแม้ว่า Friz
อาจจะไม่สนใจเรื่องมอเตอร์ไซด์มากแต่
Friz ก็ปรับปรุง Frame
และ แฮนด์ ของ Helios
ให้ดีขึ้น และ ไม่นาน
Helios
ที่ค้างอยู่ในโรงงานก็จำหน่ายได้หมด

ในช่วงเวลานี้เองที่ F.J.Popp
ขอให้ Friz
ออกแบบรถรุ่นใหม่ และ ไม่นาน Friz
ก็นำเสนอแบบรถรุ่นใหม่
ที่เปลี่ยนรูปแบบ และ
เป็นจุดสำคัญที่สร้างความสำเร็จให้มอเตอร์ไซด์รุ่นแรกของ
BMW คือ R32
ภาพซ้าย
จากการออกแบบเพื่อสร้างรถต้นแบบที่จะเป็น BMW
R32 และ เป็นจุดกำเนิดที่แท้จริงของ
BMW Motorcycle
สังเกตุการวางเครื่อง การใช้เพลาขับเคลื่อน
ไม่มีเบรคหน้า และ ไฟหน้า
สิ่งที่
Friz
ออกแบบ R32
และ
ทำให้เกิดความแตกต่างจนกลายมาเป็นสัญญลักษณ์สำคัญของ
BMW Motorcycle
คือการวางเครื่องในรูปแบบขวางกับทิศทางการวิ่งของรถ
ในตัวโครงรถทำด้วยท่อเหล็กแบบคู่ [Double tube
frame]
วิธีนี้ทำให้ลมช่วยระบายความร้อนให้สูบทั้งสองเท่ากัน
และ พอเพียง
ในขณะที่คันบังคับการเปลี่ยนเกียร์ต่อตรงจากห้องเกียร์
ส่วนหลังเครื่อง
เป็นแบบเกียร์มือที่อยู่ด้านขวาของถังน้ำมัน และ
เกียร์ต่อตรงไปยังเพลาที่ขับเคลื่อนล้อหลังแทนโซ่
ที่รถมอเตอร์ไซด์อื่นๆใช้อยู่

ภาพซ้าย
ภาพวาดเหมือนจริง
R32
เห็นการวางเครื่อง เกียร์ และ
เพลาหลัง ที่มาจากการออกแบบของ Max Friz
และ ในเวลาต่อมาจะเป็นต้นแบบการพัฒนา
BMW Motorcycle
รุ่นอื่นๆที่ตามมา และ การที่ใช้สีดำ
แต่งเรียบๆด้วยลายเส้นสีขาวขนาดต่างกันเล็กน้อย
ความคลาสสิคของการออกแบบที่สมบูรณ์แบบ
แบบของ R32
ที่ Max Friz สร้างขึ้น
ดูแปลกมากในช่วงเวลานั้น ตามความจริง
การใช้เพลาหลังไม่ใช่การคิดค้นครั้งแรก
หลายปีก่อนหน้านั้น จักรยานจากประเทศเบลเยี่ยม
FN ใช้เพลาหลังมาอย่างแพร่หลาย และ
มอเตอร์ไซด์ของอังกฤษก็ใช้เพลาหลังมาก่อนตั้งแต่ปี
ค.ศ. 1904
แต่ไม่ได้รับความนิยมมากนัก
จุดเด่นของแบบที่
Friz
สร้างขึ้นก็คือการวางเครื่องแบบขวาง
ก็ไม่ใช่คนแรกที่แท้จริง แต่รถ ABC
ของอังกฤษเคยใช้เครื่อง 400
cc. วางแบบขวางมาตั้งแต่ปี
1919 แต่ไม่ได้รับความสนใจ

ภาพซ้าย
BMW R32
สมบูรณ์แบบ โดย Max Friz
ที่เป็นรถรุ่นแรกในนาม BMW
ปี ค.ศ. 1923
ความสำเร็จของ Max Friz
ไม่ได้มาจากการเปลี่ยนแปลงรายละเอียดของวิศวกรรม
แต่มาจากการผสมผสานส่วนที่ดีเข้ากับการออกแบบ
ที่ดูแปลกใหม่สวยงามในเวลานั้น และ
เมื่อรถตัวอย่างถูกสร้างขึ้น ทดลองขับขี่
ผลที่ได้ออกมาดีมาก R32
วิ่งได้ดี นุ่มนวลในการขับขี่ มีความสั่นสะเทือนน้อย
เสียงเครื่องเงียบ และ การดูแลซ่อมแซมทำได้ง่าย และ
แทบไม่มีความจำเป็น Max Friz
ปรับเครื่อง M2B15
เป็นเครื่องใหม่เบอร์ M2B33
ขนาด 494cc. 8.5 Horse Power
ทำความเร็วได้ 100 kph.
รถรุ่นแรกที่ออกจำหน่ายมีแค่เบรคหลัง ต่อมาได้เพิ่ม
Drum Brake ที่ล้อหน้า ไฟหน้า
เป็นของเลือกเพิ่ม
จากบทความหลายแห่งเขียนถึง
R32
ว่าชื่อรุ่นนี้มีที่มาอย่างไร
"R" น่าจะมาจาก "RAD"
ซึ่งแปลว่า "Wheel"
หรือ "Bicycle"
คือ "ล้อ" หรือ "รถจักรยาน" แต่
"32"
ไม่มีใครรู้ที่มาจนปัจจุบันนี้
เพราะไม่มีที่มาของหลักฐานอะไรเลย
ค่อนข้างแปลกมากสำหรับรุ่นแรกที่มีชื่อเสียง
แต่ไม่ทราบเหตุผล BMW R32
เปิดตัวครั้งแรกที่งาน Paris Car Show
ฝรั่งเศส เดือน ตุลาคม ปี ค.ศ.
1923
 
หมายเหตุ ดูภาพ
R32 เพิ่มเติมได้จาก
BMW Vintage Models -
รถรุ่นก่อนสงครามโลก - BMW Motorcycle
สามรุ่นแรก
[เวปนี้] |